พืชผัก-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชทางเลือกเพิ่มมูลค่าในนาข้าวไม่เหมาะสม

02 ต.ค. 2562 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
พืชผัก-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชทางเลือกเพิ่มมูลค่าในนาข้าวไม่เหมาะสม
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สินค้าเกษตรสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด (Top 4) ของจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ไข่ไก่ และมะม่วงน้ำดอกไม้ โดยเกษตรกร ได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) จากการผลิตข้าวนาปี ในพื้นที่มีความเหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) เฉลี่ย 1,050 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 604 บาท/ไร่ ข้าวนาปรัง พื้นที่ S1/S2 เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 1,252 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่ S3/N เฉลี่ย 934 บาท/ไร่ มะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งไม่มีการจำแนกพื้นที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 6,508 บาท/ไร่ และ ไข่ไก่ ได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 0.07 บาท/ฟอง
 
หากพิจารณาเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวของจังหวัดอ่างทอง พบว่า พื้นที่ S1/S2 สำหรับปลูกข้าวมีจำนวน 366,388 ไร่ และพื้นที่ S3/N มีเพียงจำนวน 13,859 ไร่ โดยพื้นที่ไม่เหมาะสมบางส่วนเกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนการผลิตและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างหลากหลาย ได้แก่ การปลูกผักต่างๆ เช่น ตะไคร้ มีต้นทุนการผลิต 22,089 บาท/ไร่ ระยะเวลาปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 5 - 6 เดือน ซึ่งใน 1 ปีสามารถปลูกได้ถึง 2 รอบเกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 20,086 บาท/ไร่/รอบการผลิต ราคารับซื้อในจังหวัดอยู่ที่กิโลกรัมละ 13 - 15 บาท โดยตะไคร้สามารถทำสมุนไพรแปรรูป เช่น ชาตะไคร้ ส่งขายได้ทั้งตลาดภายในจังหวัดและภายนอกจังหวัด อาทิ ศูนย์ทำสมุนไพรแปรรูปจังหวัดอ่างทอง ตลาดไท และ ตลาดสี่มุมเมือง
 
ชะอม ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 19,734 บาท/ไร่ ระยะเวลาปลูกประมาณ 2 เดือนขึ้นไป ยอดจะแตกออกมาให้เก็บผลผลิต และยิ่งมีการดูแลที่ถูกวิธีและให้น้ำอย่างสม่ำเสมอสามารถเก็บยอดได้วันเว้นวัน สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เกือบทุกวัน ให้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 22,266 บาท/ไร่/ปี ราคารับซื้อในจังหวัดอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 - 15 บาท ส่งขายตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และผู้บริโภคโดยตรง นอกจากจะตัดยอดขายแล้วยังสามารถชำกิ่งพันธุ์ขายได้อีกด้วย
 
ข่าแดง (ข่าอ่อน) มีต้นทุนการผลิต 68,998 บาท/ไร่ ระยะเวลาในการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้รุ่นละประมาณ 7 - 8 เดือน และเมื่อถึงอายุเก็บเกี่ยว ยังสามารถปล่อยทิ้งไว้ได้อีกประมาณ 7 - 8 เดือนเพราะข่าจะแตกหน่อใหม่อย่างต่อเนื่อง ให้ผลตอบแทน สุทธิเฉลี่ย 27,003 บาท/ไร่/รอบการผลิต ราคารับซื้อในจังหวัดอยู่ที่กิโลกรัมละ 15 - 20 บาท และยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นส่วนผสมของพริกแกงได้อีกด้วย ส่งขายได้ทั้งตลาดสดภายในจังหวัดและภายนอกจังหวัด เช่น ตลาดไท ส่วนข่าแก่ส่งขายให้กับศูนย์ทำสมุนไพรแปรรูปจังหวัดอ่างทอง
 
มะเขือเทศราชินี มีต้นทุนการผลิต 34,252 บาท/ไร่ สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวเมื่อต้นมีอายุประมาณ 70 - 90 วัน ให้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 46,891 บาท/ไร่/รอบการผลิต ราคารับซื้อในจังหวัดอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 - 60 บาท ส่งขายพ่อค้าทั่วไปและผู้บริโภคโดยตรง หากเกษตรกรส่งขายให้กับบริษัทไมเนอร์ ฟู๊ด กรุ๊ป จำกัด (ร้านซิซซ์เล่อร์สลัดบาร์) บริษัทจะประกันราคารับซื้อที่กิโลกรัมละ 45 บาท นอกจากการปลูกผักต่างๆ แล้ว เกษตรกรยังสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาได้ โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีต้นทุนการผลิต 4,161 บาท/ไร่ ระยะเก็บเกี่ยว 120 วัน เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 3,172 บาท/ไร่/รอบการผลิต ราคารับซื้อ ในจังหวัดอยู่ที่กิโลกรัมละ 6 - 8 บาท ส่งขายแหล่งรับซื้อที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 
 
ด้านนายชีวิต เม่งเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 จังหวัดชัยนาท (สศท.7) กล่าวเสริมว่านอกจากนี้ การปลูกไม้ยืนต้น (ไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ) เพื่อแซมในพื้นที่ว่างเปล่าของเกษตรกรยังเป็นอีกทางเลือกเสริมรายได้ อาทิ ต้นสัก ต้นพยูง ต้นมะค่า ต้นประดู่ ต้นสะเดา ต้นเต็ง และ ต้นรัง เนื่องจากเป็นไม้ที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดี และช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในอนาคตได้อีกด้วย รวมทั้งการทำเกษตรผสมผสานจะสามารถสร้างรายได้และให้ผลตอบแทนมากกว่าการทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ทั้งนี้ ท่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมข้อมูลพืชทางเลือกในพื้นที่ภาคกลาง           
 
สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 โทร.056 405005 - 8 หรืออีเมล zone7@oae.go.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

เตือน 4 โรคไวรัสในมะเขือเทศ

จากสภาพอากาศร้อนชื้นในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเทศเฝ้าระวังโรคที่เกิดจากไวรัส 4 โรค คือ โรคใบหงิกเหลือง โรคใบด่างเรียวเล็ก โรคใบด่าง และโรคเหี่ยวลาย ที่สามา

อ่านบทความนี้

ระวัง!! โรคเน่าระบาดในแปลงปลูก “ชาโยเต้”

ก้าวเข้าสู่ฤดูร้อน บางพื้นที่อาจเจอภาวะอากาศร้อนและฝนตก ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดโรคเน่าในแปลงปลูกชาโยเต้ (มะระหวาน หรือ ฟักแม้ว) มักพบได้ในแปลงปลูกหัวพันธุ์และต้นกล้า หากพบในระยะเพาะต้นกล้า จะสังเกตเห

อ่านบทความนี้

"แสงพศิน เมล่อนฟาร์ม" รุก ปลูก "บัตเตอร์นัต" ขายผ่านโซเชียล

การปลูกพืชเชิงเดี่ยวซ้ำเป็นเวลานาน คืออีกหนึ่งปัจจัยทำให้สภาพดินเสื่อมโทรม ผลผลิตที่ได้จะมีคุณภาพด้อยลงไปตามระยะเวลา “แสงพศิน เมล่อนฟาร์ม/ไร่ปาริชาติ” เป็นฟาร์มปลูกเมล่อนอีกแห่งหนึ่งที่ประ

อ่านบทความนี้