ครม. อนุมัติเพิ่มงบประกันรายได้ปลูกข้าว-สินเชื่อชะลอขาย/MOU ค้าข้าวไทย-อินโดฯ 1 ล้านตัน/ปี

11 มี.ค. 2564 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ครม. อนุมัติเพิ่มงบประกันรายได้ปลูกข้าว-สินเชื่อชะลอขาย/MOU ค้าข้าวไทย-อินโดฯ 1 ล้านตัน/ปี

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2564 ว่า ครม. อนุมัติเพิ่มวงเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 รอบที่ 1 จำนวน 3,838 ล้านบาท ตามที่ ก.พาณิชย์เสนอ โดยเพิ่มจากเดิมที่ ครม. เคยอนุมัติไปแล้ว เมื่อ 1 ธ.ค. 2563 ซึ่งมี 46,807 ล้านบาท รวมงบประมาณโครงการทั้งสิ้น 50,646.27 ล้านบาท เนื่องจากมีเกษตรกรลงทะเบียนเพิ่มขึ้นหลังจาก ครม. อนุมัติไปแล้ว อีกกว่า 1.1 แสนครัวเรือน และกรมส่งเสริมการเกษตรจะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งจะยืนยันตัวเลขที่แท้จริงได้ใน พ.ค.2564

พร้อมกันนี้ ครม. อนุมัติเพิ่มวงเงินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีผลิต 2563/64 จำนวน 4,504 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมที่ ครม. เคยอนุมัติไปแล้ว เมื่อ 3 พ.ย.2563 จำนวน 19,826 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 24,331 ล้านบาท อีกทั้ง ยังขยายปริมาณข้าวเปลือก จำนวน 3.2 แสนตัน เพิ่มจากเดิมที่กำหนดไว้ 1.5 ล้านตัน รวมเป็น 1.82 ล้านตัน ข้าวเปลือก และขยายเวลาจัดทำสัญญากู้โครงการถึงวันที่ 31 มี.ค.2564 ส่วนภาคใต้ ขยายเวลาถึงวันที่ 31 ก.ค.2564 โดยยึดหลักการเดิมคือ เกษตรกรที่เก็บข้าวเปลือกในยุ้งฉางของตนเอง ได้รับค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าว 1,500 บาท/ตัน ส่วนสถาบันเกษตรกร ที่รับซื้อข้าวเปลือกเข้าโครงการได้รับ 1,000 บาท/ตัน และเกษตรกรผู้ขายข้าวเปลือกจะได้รับ 500 บาท/ตัน สำหรับผลการดำเนินโครงการที่ผ่นนมาถึงวันที่ 25 ม.ค.2564 ทาง ธ.ก.ส. ได้จ่ายสินเชื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 210,488 ราย รวมสินเชื่อ 10,449 ล้านบาท และมีปริมาณข้าวเปลือก จำนวน 1.04 ล้านตัน 

นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากปี 2549 รัฐบาลไทย โดย ก.พาณิชย์ได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการค้าข้าวกับรัฐบาลอินโดนีเซีย โดยทั้งสองฝ่ายตกลงจะขายข้าวขาวร้อยละ 15-25 ในปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตันต่อปี โดยฝ่ายไทยมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนอินโดนีเซียมอบหมายให้รัฐวิสาหกิจ Perum Bulog เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่ง MOU ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ระหว่างปี พ.ศ.2550-2554 และได้มีการต่ออายุมาแล้ว 1 ครั้ง บังคับใช้ระหว่างปี พ.ศ.2555-2559 ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2563 ทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้แจ้งความประสงค์ต่อ ก.พาณิชย์ ขอต่ออายุ MOU การค้าข้าวฉบับเดิม ที่หมดอายุไปแล้วเมื่อ พ.ศ.2559 เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียต้องการที่จะสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ

ดังนั้น เพื่อเป็นโอกาสให้รัฐบาลอินโดนีเซียพิจารณานำเข้าข้าวจากไทย และเพิ่มปริมาณการส่งออกไปตลาดอินโดนีเซีย รวมถึงรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ครม. จึงมีมติอนุมัติการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการค้าข้าวระหว่าง ก. พาณิชย์ แห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการค้าแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตามที่ ก. พาณิชย์เสนอ ซึ่งร่าง MOU ฉบับนี้ มีสาระสำคัญเหมือนฉบับเดิม โดยสรุปได้ดังนี้

ก. พาณิชย์ ตกลงจะขายข้าว ซึ่งเป็นข้าวขาวร้อยละ 15-25 ให้แก่ กระทรวงการค้าอินโดนีเซีย ปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ผลิตของทั้งสองประเทศและราคาตลาดโลก โดย ก. พาณิชย์ มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐของไทยเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย มอบหมายให้รัฐวิสหกิจ Perum Bulog ดำเนินการ หากเกิดกรณีมีข้อโต้แย้งหรือ
ข้อพิพาทระหว่างคู่ภาคี ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นภายใต้ MOU ฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายจะหาข้อยุติโดยการหารือและเจรจาอย่างฉันมิตร เมื่อมีการลงนาม MOU แล้ว จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 4 ปี นับแต่วันที่ลงนาม ยกเว้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือน

ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา กรมการค้าระหว่างประเทศได้ทำสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) กับรัฐวิสาหกิจ Perum Bulog ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ภายใต้ MOU ฉบับเดิม ที่สิ้นสุดไปแล้วเมื่อ พ.ศ.2559 รวมทั้งสิ้น 4 สัญญา มีปริมาณข้าวรวม 925,000 ตัน



ที่มา : https://kaset1009.com/th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 63/64 (งวดที่ 5) ชาวไร่ไม่ได้ชดเชย ราคาตลาดสูงกว่ารัฐประกัน

ประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแล และกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

อ่านบทความนี้

ก.พาณิชย์นำรัฐ-เอกชน เคลื่อน 16 มาตรการดูแลผลไม้ปี 64 จัดทีมขาย รุกทั้งใน-ต่างประเทศ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2564 กล่าวว่า ในปี 2564 ผลผลิตโดยรวมคาดจะมี 5.4 ล

อ่านบทความนี้

ประกันรายได้ยางพารา ปี 63/64 (งวดที่ 5) เกษตรกรไม่ได้รับส่วนต่าง ราคาตลาดสูงกว่ารัฐประกัน

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการราคายางอ้างอิงเพื่อกำหนดราคาชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะ 2 มีมติเรื่องการจ่ายเงินชดเชยส่วน

อ่านบทความนี้