‘กรมเจรจาฯ’ เดินหน้าหาสินค้าเกษตรช้างเผือกแดนอีสานตอนล่าง หวังใช้เอฟทีเอดันสู่ตลาดโลก

21 มิ.ย. 2562 / กระทรวงพาณิชย์
‘กรมเจรจาฯ’ เดินหน้าหาสินค้าเกษตรช้างเผือกแดนอีสานตอนล่าง หวังใช้เอฟทีเอดันสู่ตลาดโลก

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ นำทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษหารือเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ชี้โอกาสขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยเล็งดันชาหอมแดง ทุเรียน มังคุด พืชสมุนไพร ผ้าไหมเก็บย้อมมะเกลือ สู่ตลาดโลกโดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ หลังการลงพื้นที่ที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ร่วมมือกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ดำเนินโครงการ “เพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี” ตลอดปี 2562 รวม 6 ครั้ง ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรเพื่อสุขภาพและปลอดภัย (Food Health and Safety) เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปตลาดโลกด้วยความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยจัดทำกับประเทศคู่ค้า ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอ กฎระเบียบทางการค้า มาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี รวมถึงการเพิ่มมูลค่าสินค้าโดยการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยได้ลงพื้นที่ไปแล้ว 4 ครั้ง ในจังหวัดอุดรธานี ปราจีนบุรี แม่ฮ่องสอน และสุโขทัย ซึ่งประสบความสำเร็จได้การตอบรับอย่างดีจากเกษตรกรในทุกพื้นที่

นางอรมน กล่าวว่า ในเดือนนี้ กรมฯ จะลงพื้นที่พบปะเกษตรกร ครั้งที่ 5 รวมถึงจัดเสวนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ช่องทางรวยของสินค้าเกษตรจากเอฟทีเอ”และ “ทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศ”ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกรใน 3 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และยโสธร ซึ่งมีสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในพื้นที่ เช่น ชาหอมแดง ทุเรียนและมังคุด พืชสมุนไพร ผ้าไหมเก็บย้อมมะเกลือ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป มาให้ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและการตลาดวิเคราะห์และติวเข้ม แนะนำตลาดส่งออกที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการอีกด้วย ซึ่งกรมฯ มั่นใจว่าความร่วมมือกับสภาเกษตรกรฯ จะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรของชุมชนตลอดห่วงโซ่การผลิตให้ได้คุณภาพและมาตรฐานสากล รวมถึงเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่เอฟทีเอทั้ง 18 ประเทศ มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมาก โดยปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดโลกมูลค่ากว่า 2.31 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกไปประเทศคู่ค้าเอฟทีเอ มูลค่า 1.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 64 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด มีตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ จีน อาเซียน และญี่ปุ่น สำหรับผลไม้พบว่าประเทศคู่ค้าเอฟทีเอของไทยส่วนใหญ่ลดภาษีนำเข้าเหลือร้อยละศูนย์แล้ว โดยในปี 2561 ผลไม้ไทยมีมูลค่าส่งออกสูงถึง 88,000 ล้านบาท สินค้าผลไม้หลักได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด และมะม่วง ตลาดส่งออกสำคัญ เช่น จีน เวียดนาม และฮ่องกง เป็นต้น

————————————

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

“วีรศักดิ์”ลงใต้ พบเกษตรกรผู้ปลูกเงาะ กล้วยหอมและเลี้ยงกุ้ง หนุนใช้เอฟทีเอเพิ่มยอดส่งออก

“วีรศักดิ์”ลงใต้ พบปะเกษตรกรผู้ปลูกเงาะ กล้วยหอม และเลี้ยงกุ้ง พบมีศักยภาพในการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ แนะใช้โอกาสจากเอฟทีเอเป็นใบเบิกทางส่งสินค้าออกไปขาย หลังคู่ค้าลดภาษีนำเข้าให้ไทย ชี้ตล

อ่านบทความนี้

“วีรศักดิ์”นำทีมลงใต้ ชี้ช่อง“เกษตรกร-สหกรณ์”ใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอบุกตลาดต่างประเทศ

“วีรศักดิ์”เตรียมนำทีมกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกเงาะ กล้วยหอม และเลี้ยงกุ้ง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อชี้แนะโอกาสการใช้ประโย

อ่านบทความนี้

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดทำ VDO ชุด “ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ กรมการค้าภายใน” แนะนำเว็บไซต์ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ http://agrimark.dit.go.th

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดทำ VDO ชุด "ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ กรมการค้าภายใน" แนะนำเว็บไซต์ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ http://agrimark.dit.go.th ซึ่งเป็นศูนย์รวมการซื้อขายออนไลน์ สินค้าจากผลิตผลและผล

อ่านบทความนี้