กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์วิธีปลูกเมล่อนไร้ดิน ใช้เทคนิคแต่งทรงต้น เพิ่มปริมาณ-คุณภาพผลผลิต

13 พ.ค. 2563 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์วิธีปลูกเมล่อนไร้ดิน ใช้เทคนิคแต่งทรงต้น เพิ่มปริมาณ-คุณภาพผลผลิต

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายในการส่งเสริมให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาปรับใช้พัฒนาประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายให้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร และศูนย์ขยายพันธุ์พืช (ศูนย์ปฏิบัติการ) ซึ่งมีที่ตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ดำเนินการศึกษาวิจัย ควบคู่กับให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรให้กับเกษตรกร ล่าสุด ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ประสบผลสำเร็จในการทดลองวิจัยปลูกเมล่อนแบบไฮโดรโปรนิกส์หรือการปลูกแบบไม่ใช้ดิน โดยพัฒนาการตัดแต่งทรงต้นให้มี 3 แขนงและไว้ผล 4 ผล รวมทั้งการเพิ่มจำนวนใบต่อต้น จากวิธีการปลูกแบบทั่วไป ที่ไว้ 25-27 ใบต่อต้น เป็นไว้ 35-40 ใบต่อต้น

ทำให้ได้ผลผลิตเมล่อนที่มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณผลละ 2 กิโลกรัม (4 ลูกต่อต้น) ซึ่งมีขนาดตรงตามมาตรฐานและความต้องการของตลาด อีกทั้งยังได้ปริมาณผลผลิตมากกว่าการปลูกแบบลงดินและไม่ตัดแต่งทรงต้น ซึ่งจะได้ผลผลิตเพียงต้นละ 1 ผลเท่านั้น

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า การปลูกเมล่อนแบบไฮโดรโปนิกส์ จะต้นทุนสูงมากเพียงในระยะแรก เนื่องจากต้องมีการลงทุนสร้างโรงเรือนและซื้ออุปกรณ์ถาวร (ต้นทุนคงที่) แต่มีอายุการใช้งานยาวนาน และเมื่อปลูกแล้วได้ผลผลิตที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพ ขายได้ราคาดี ก็จะทำให้เกษตรกรสามารถคืนทุนได้ในเวลาประมาณ 6 เดือน (2 รอบการผลิต ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรือน และสายพันธุ์ที่ปลูก) นอกจากนี้ในระยะยาว การปลูกแบบไร้ดินจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการจัดการดินที่เป็นวัสดุปลูกและแรงงานในการดำเนินการอีกด้วย ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการผลิตลงได้ โดยผลจากการวิจัยพบว่า การปลูกเมล่อน จำนวน 18 ต้น ด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์จะใช้เงินลงทุนมากกว่าวิธีใช้ดินเพียงเล็กน้อย เฉลี่ยไม่เกิน 1 พันบาทต่อรอบการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่การปลูกเมลอนในระบบไฮโดรโปนิกส์ จะมีต้นทุนผันแปรน้อยกว่าการปลูกในดิน ดังนั้น หากเกษตรกรปลูกเมล่อนแบบไฮโดรโปนิกส์อย่างต่อเนื่องจำนวน 10 รอบการผลิต หรือเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง จะมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยต่ำกว่าวิธีปลูกแบบใช้ดินเกือบ 10,000 บาท และได้กำไรมากกว่าราว 160,000 บาทต่อ10 รอบการผลิต

ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจการปลูกเมล่อนแบบไฮโดรโปรนิกส์ สามารถเรียนรู้และขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง โทรศัพท์ 0 7558 2312 - 13 ในวันและเวลาราชการ

ที่มา: ryt9

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักสู้ “แม่แจ่ม” ใช้แนวคิด “จัดการน้ำชุมชนแบบมีส่วนร่วม” เปลี่ยนเขาหัวโล้นเป็นป่าธรรมชาติ พลิกฟื้นผืนดิน ป่า และน้ำ เอาชนะภัยแล้ง

แม้ว่าพี่น้องชาวเขามีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับป่า มีประเพณีและวัฒนธรรมที่ให้ความเคารพผืนป่า เช่น การบวชป่า แต่ด้วยวิถีเกษตรที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา ผนวกกับเกษตรเชิงเดี่ยวในยุคสมัยนี้ กลายเป็นต้นเหตุหลัก

อ่านบทความนี้

อะโวคาโดเสี่ยงเจอโรคจุดดำ

ในช่วงนี้อากาศร้อนและมีฝนตกบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคจุดดำ สามารถพบได้ในระยะที่ต้นอะโวคาโดติดดอกถึงระยะผลอ่อน อาการที่ใบ ในระยะแรกอาการของโรคจะเห

อ่านบทความนี้

เกษตรจังหวัดกระบี่แนะป้องกันหนอนเจาะผลและเมล็ดทุเรียนด้วยตาข่าย

เกษตรจังหวัดกระบี่ เตือนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่อยู่ในระยะพัฒนาของผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต้นทุเรียนที่อยู่ในระยะผลอ่อน ระวังหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ระบาดทำความเสียหายแก่ทุเรียน ซึ่งสามารถทำความเสียหายให้แ

อ่านบทความนี้