สกศ. ถอดองค์ความรู้เร่งสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพัฒนาระบบการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ (Gifted)

16 ส.ค. 2562 / กระทรวงศึกษาธิการ
สกศ. ถอดองค์ความรู้เร่งสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพัฒนาระบบการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ (Gifted)

       วันนี้ (๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย "การศึกษาสภาพและรูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย กรณีผู้มีความสามารถพิเศษ" โดยมีเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เป็นประธานเปิดการประชุม ได้รับเกียรติจากรองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์) ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการศึกษา และผู้แทนหน่วยงานจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ.

       ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ตระหนักถึงความสำคัญของผู้มีความสามารถพิเศษ (Gifted) และเชื่อมั่นว่ามีหลากหลายวิธีการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับสมรรถนะของผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับที่มีการบัญญัติไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐ เชื่อมโยงกับแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ โดยขับเคลื่อนผ่านแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา นอกจากนี้ สกศ. ยังมองไปถึงการเข้าไปจัดการศึกษาผู้เรียนกิฟเต็ดที่อยู่ในกลุ่มที่หลุดจากการศึกษาในระบบ ซึ่งพบว่ามีจำนวนสูงถึงปีละ ๒ ล้านคน

       ดร.สุภัทร จำปาทอง กล่าวต่อว่า แม้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเร่งขยายโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้ผู้เรียนกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนที่เป็นระบบ สามารถจัดรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทและสมรรถนะของผู้เรียน และเชื่อมั่นว่าการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อใช้พัฒนาเป็นนโยบายสู่ฝ่ายการเมืองเพื่อขับเคลื่อนงานที่เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

       รองศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ นักวิจัยในโครงการศึกษาสภาพและรูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย กรณีผู้มีความสามารถพิเศษของ สกศ. กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จที่นานาชาติใช้จัดการศึกษาสำหรับผู้เรียน Gifted ที่มีผลต่อความก้าวหน้าของประเทศมี ๓ ด้าน ๑) นโยบายถูกริเริ่มจากผู้นำรัฐบาลที่นำไปสู่การจัดสรรทรัพยากร และปรับเปลี่ยนระบบหรือกฎหมาย ภาษี ฯลฯ เพื่อให้เอื้อต่อการบริหารจัดการการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ๒) ระบบกฎหมายที่มีความเข้มแข็งและสามารถบังคับใช้ได้จริง และ ๓) ความมุ่งมั่นของนักวิชาการที่นำนโยบายของรัฐมาสู่ภาคปฏิบัติ จากการบูรณาการศาสตร์ทุกด้านเข้ามาพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี

       รองศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ กล่าวต่อว่า ประเทศชั้นแนวหน้าของโลกที่มีสมรรถนะขีดความสามารถสูงในเวทีการแข่งขันโลก เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมนี ไต้หวัน สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร รวมถึงสหรัฐอเมริกา ล้วนมีองค์ประกอบจากปัจจัยทั้ง ๓ ด้านดังกล่าว ขณะที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน และเวียดนาม ที่กำลังไต่อันดับในระดับการแข่งขันอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ต่างก็มีกระบวนการดำเนินการที่มีปัจจัยบางด้านที่สนับสนุนให้เกิดโครงการพัฒนาคนที่เพิ่มขีดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนตามเป้าหมายส่งผลให้ผู้เรียนบางคนประสบความสำเร็จในเวทีโลก สวนทางกับ อินเดีย ตุรกี เม็กซิโก รัสเซีย ออสเตรเลีย แคนาดา รวมทั้ง ไทย ยังไม่สามารถดำเนินงานและพัฒนาการบริหารจัดการไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ

       ทั้งนี้ สภาพและรูปแบบการจัดการศึกษาพิเศษสำหรับผู้เรียน Gifted ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยในระยะที่ผ่านมา แม้ว่าจะเริ่มมีความชัดเจนใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับที่เกี่ยวข้อง และปรากฏในแผนการศึกษาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน แต่การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติไม่สมบูรณ์ ขาดประสิทธิภาพเทียบเท่าการจัดการศึกษาในประเทศอื่น ๆ เนื่องจากขาดการบูรณาการ ขาดเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนประสานงาน รวมทั้งองค์ความรู้ของ สกศ. ที่ได้ดำเนินการวิจัยและนำร่องพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษา หรือกรอบมาตรฐานสถานศึกษา ไม่มีการสานต่อจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขาดการพัฒนา เช่น แบบวัดแววความสามารถพิเศษ หรือเครื่องมือทดสอบวินิจฉัยอัจฉริยภาพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศไม่ได้ถูกนำไปใช้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้บริหารทำให้การดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง

       สำหรับสาระสำคัญการระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาสภาพและรูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียน Gifted ปัจจุบัน คณะนักวิจัย ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ ดร.รุ่งเรือง สุขาภิรมย์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.อรุณี วิริยะจิตรา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้แทนหน่วยงานจัดการศึกษา ในหลายประเด็น อาทิ ด้านนโยบาย เพื่อขยายโอกาสสำหรับผู้เรียน Gifted และจัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบที่มีความรู้ความเข้าใจดูแลอย่างใกล้ชิด ด้านการจัดการเรียนการสอน ควรส่งเสริมหลักสูตรขยายประสบการณ์ที่ยังต้องการการพัฒนาต่อยอดในการจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และการให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมผลักดันผู้เรียนกลุ่มนี้ ด้านบุคลากร เร่งพัฒนาครูที่มีความรู้ความสามารถบางวิชา รวมถึงนักจิตวิทยาประจำสถานศึกษา และในบางสาขาวิชาที่ผู้เรียน Gifted ต้องการเรียนรู้ เช่น กอล์ฟ สเก็ตน้ำแข็ง โรงเรียนยังขาดครูวิชาดังกล่าว เป็นต้น

ที่มา

รูปภาพเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญร่วมงาน มหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย ๒๕๖๒ Thailand Museum Expo 2019

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญร่วมงาน มหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย ๒๕๖๒ Thailand Museum Expo 2019 ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๒ กันยายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภายใต้กรอบแนวคิด

อ่านบทความนี้

อีก 4 เดือน บอกลาบัตรแถบแม่เหล็ก

วันที่ 15 มกราคม 2563 บัตรแถบแม่เหล็กจะไม่สามารถใช้งานได้ที่เครื่องเอทีเอ็มหรือเครื่องรูดบัตรที่ร้านค้า ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในการทำธุรกรรมการเงิน และ ป้องกันภัยไซเบอร์ ฟรี! ประชาชนท

อ่านบทความนี้

กระทรวงการคลังเปิดมาตรการเร่งด่วนเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

กระทรวงการคลังเปิดมาตรการเร่งด่วนเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ธกส. ให้สินเชื่อป้องกันหนี้นอกระบบ รายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ระยะ 6 เดือนแรก สินเชื่อฟื้นฟูสำรับเกษตรกรลูกค้า ไม่เกินรายละ 500,000 บาท ด้า

อ่านบทความนี้