🐒🙊 5 องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ ชี้แจงทุกประเด็น "โรคฝีดาษลิง"

27 พ.ค. 2565 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
🐒🙊 5 องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ ชี้แจงทุกประเด็น "โรคฝีดาษลิง"
➡️คำชี้แจง เรื่อง โรคฝีดาษวานร จาก 5 องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ ได้แก่
 
• ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ
 
• สมาคมโรคติดเชื้อฯ
 
• ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ
 
• สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ
 
• และสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันฯ
 
-----------------------
 
ด้วยสถานการณ์ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่ามีการระบาดของโรคฝีดาษวานร (ฝีดาษลิง) ในประเทศอังกฤษ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศที่ไม่เคยเป็นแหล่งระบาดของโรคนี้มาก่อน ทําให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่สร้างความเสียหายในหลายด้านคล้ายกับโควิด-19 นั้น องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ขอให้ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจทราบวิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย และสามารถดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างปกติ ดังนี้
 
1. โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในสัตว์ฟันแทะที่มีถิ่นกําเนิดในทวีปอาฟริกา แล้วแพร่ไปสู่สัตว์ชนิดอื่น ที่มีรายงานครั้งแรกคือการติดเชื้อในลิงที่เลี้ยงไว้เป็นสัตว์ทดลอง จึงเรียกว่า ฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง สัตว์ตระกูลลิง ไม่ใช่แหล่งรังโรค และยังไม่มีรายงานการพบเชื้อนี้ในสัตว์ประเภทฟันแทะในประเทศไทย
 
2. การติดเชื้อที่มีรายงานในอดีต มักเกิดในสัตว์เลี้ยง หรือคน ที่อยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ฟันแทะ แต่การระบาดที่เกิดขึ้นขณะนี้ ยังไม่ทราบต้นตอที่แน่ชัด คาดว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงกับสัตว์ป่าในทางใดทางหนึ่ง ยังต้องรอการสอบสวนโรคอีกระยะเวลาพอสมควรก่อนที่จะชี้ชัดได้ว่าการระบาดมีมาจากสาเหตุใด
 
3. การแพร่เชื้อจากผู้ป่วย อาจจะเริ่มตั้งแต่มีอาการไข้ และจะแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้มากที่สุดในช่วงระยะเวลาที่มีตุ่มน้ําตามตัว ซึ่งต่างจากโควิด-19 ที่สามารถแพร่ได้แม้ผู้ติดเชื้อยังไม่มีอาการ ดังนั้นจึงสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสโรคได้ง่ายกว่า
 
4. การระบาดในประเทศต่าง ๆ ยังไม่กว้างขวางมากถึงจุดที่จะต้องห้ามการเดินทางเข้ามาของคนจากประเทศนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม หากพบนักเดินทางจากประเทศที่มีรายงานการพบโรค มีอาการไข้ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ แนะนําให้ไปรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีผื่นและตุ่มน้ำใสตามแขนขาและใบหน้าหลังจากมีไข้แล้ว 2-3 วัน
 
5. ถ้ามีการติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะหายได้เอง โดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ตามร่างกายหากไม่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ อาจมีอาการรุนแรง องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคนี้มีอัตราตายประมาณ 3.6%
 
6. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับนักเดินทางที่มีอาการตามข้อ 4 และมาจากประเทศที่มีรายงานการระบาด
 
7. การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย และการล้างมือหลังการสัมผัสผู้ป่วย เป็นวิธีการที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ดี
 
8. หลีกเลี่ยงการนําสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือบริโภค เพราะอาจนําเชื้อก่อโรคชนิดใหม่ ๆ รวมทั้งฝีดาษวานรมาติดและแพร่ระบาดได้
 
9. วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ จะป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ด้วย แต่เนื่องจากประเทศไทยหยุดฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษมาแล้วเกือบ 50 ปี ดังนั้น ผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี น่าจะมีภูมิคุ้มกันโรคนี้จากการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ แต่ผู้ที่อายุน้อยกว่าจะไม่มีภูมิคุ้มกัน แต่มีโอกาสที่โรคนี้จะแพร่ระบาดมาถึงประเทศไทยได้น้อย จึงยังไม่มีความจําเป็นที่ประชาชนทั่วไปจะต้องเร่งรีบหาวัคซีนนี้
 
#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ดาวโหลดแอปพลิเคชัน เพื่อสะสมแต้มแลกของรางวัลแลกเลยไม่ต้องลุ้น
Android
IOS

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปภ. แจ้งเตือน 13 จว. เตรียมรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน คลื่นลมแรง 27-30 พ.ค. นี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนประชาชน หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 (150/2566) ลงวันที่ 25 พ.ค. เวลา 17.00 น. แจ้งว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงข

อ่านบทความนี้

ข่าวดีของคนหางาน! มหกรรม JOB EXPO THAILAND 2023 รับสมัครงานกว่า 5 แสนอัตรา เริ่ม 8 – 10 มิ.ย. นี้

กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน จัดมหกรรม JOB EXPO THAILAND 2023 ภายใต้ธีมงาน “คนไทยมีงานทำ คนหางาน งานหาคน” เชิญชวน นักศึกษา ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่ต้องการมีงานทำ นำทั

อ่านบทความนี้

กรมควบคุมโรค ย้ำฉีดวัคซีนลดอาการป่วยหนักป้องกันตาย วอนลูกหลานเร่งพาผู้สูงอายุไปรับวัคซีนโควิด 19 โดยด่วน

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ว่า ปัจจุบันผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี ที่ไม่ได้รับการฉี

อ่านบทความนี้