หนุ่มฉะเชิงเทรา เลี้ยงปลานิลเสริมรายได้ เน้นลดต้นทุน ช่วยสร้างผลกำไรงาม

24 ก.ค. 2563 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
หนุ่มฉะเชิงเทรา เลี้ยงปลานิลเสริมรายได้ เน้นลดต้นทุน ช่วยสร้างผลกำไรงาม

ปลานิล เป็นปลาน้ำจืด ที่มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยในพื้นที่เลี้ยงต้องมีปริมาณน้ำที่เพียงพอ ก็สามารถเลี้ยงได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากน้ำที่สำคัญแล้ว การเลือกหาซื้อลูกพันธุ์ต้องคำนึงด้วยเช่นกัน ถ้าได้ลูกพันธุ์ปลาดีมีคุณภาพมาเลี้ยงควบคู่ไปกับน้ำที่ดี อาหารดี การจัดการดี จะช่วยส่งเสริมให้ปลาเจริญเติบโต เป็นปลาที่มีมาตรฐาน สามารถจำหน่ายได้ราคาตามไปด้วย

ปัจจุบัน การทำประมง หรืออาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำ นิยมนำมาทำเป็นอาชีพเสริมรายได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องมีการดูแลตลอดทั้งวัน โดยผู้เลี้ยงสามารถทำอาชีพหลักอย่างอื่นไปพร้อมกันได้ อย่างเช่น คุณอมฤต สำรวย อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 8 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ยึดการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินเป็นอาชีพเสริม พร้อมทั้งมีการเลี้ยงแบบลดต้นทุน ทำให้เกิดผลกำไรมากขึ้นจากการเลี้ยงปลานิลจนประสบผลสำเร็จ อันเกิดจากวิธีที่เขาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

คุณอมฤต เล่าให้ฟังว่า เห็นการเลี้ยงปลานิลมาตั้งแต่จำความได้ ตอนอายุ 5 ขวบ เพราะครอบครัวคือคุณพ่อเริ่มเลี้ยงมานานแล้ว ในช่วงนั้นเขาเองก็เรียนหนังสือในสาขาวิชาช่างกล ตามที่ตนเองสนใจ และไปประกอบอาชีพในสาขาที่ตนเองจบมา เมื่อมีโอกาสต้องการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้จากงานประจำ จึงได้มาศึกษาการเลี้ยงปลานิลจากครอบครัว พร้อมทั้งปรับสูตรการเลี้ยงลองผิดลองถูกจากการสังเกตการเลี้ยงของคุณพ่อ ทำให้การเลี้ยงของเขามีการประหยัดต้นทุนมากขึ้น สร้างผลกำไรเกินคาดหมายอย่างที่เขาตั้งใจไว้

“ประมาณปี 2558 ผมเริ่มมาเลี้ยงปลานิลเพื่อทำเป็นอาชีพเสริม ช่วงนั้นคิดว่าเรามีความรู้มากพอ ก็ลงมือทำทันที ช่วงนั้นมีโรคระบาดในปลานิลพอดี ทำให้เงินทุนที่ลงไปไม่ได้กลับคืนมาเลย ทีนี้เราก็ตั้งหลักใหม่ หาข้อมูลเพิ่มมากขึ้น เอาประสบการณ์จากความล้มเหลวมาเป็นแรงใจในการสู้ต่อไป ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จ มีผลกำไรจากการเลี้ยงดี จึงขยับขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้สามารถเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมรายได้ที่ดี ทำบ่อเลี้ยงประมาณ 4 บ่อ เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน บนเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่” คุณอมฤต เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพเสริม

สำหรับแหล่งซื้อลูกพันธุ์ปลานิลมาเลี้ยงภายในบ่อเลี้ยงนั้น คุณอมฤต บอกว่า จะหาซื้อจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้มาเลี้ยง โดยในขั้นตอนแรกจะนำลูกปลานิลไซซ์ใบมะขามมาอนุบาลในบ่อดินก่อน จากนั้นเตรียมบ่อสำหรับเลี้ยงให้มีความพร้อม โดยถ้าเห็นว่าพื้นบ่อมีความสกปรกก็จะวิดน้ำออกให้แห้ง ตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน พร้อมกับเอาลูกปลาอื่นๆ ที่ตกค้างออกจากบ่อให้หมด จากนั้นใส่น้ำเข้าไปในบ่อเลี้ยงทันที

ลูกปลานิลที่ผ่านการอนุบาลนั้นจะเลี้ยงในบ่อประมาณ 4-6 เดือน อัตราส่วนที่ปล่อยอนุบาล อยู่ที่ 10,000 ตัว ต่อไร่ โดยอาหารที่ให้กินในระยะอนุบาลจะเป็นอาหารหมูที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 12 ให้กินวันละ 1 กิโลกรัม วันละ 1 มื้อ จนครบ 4 เดือน ลูกปลานิลที่อนุบาลก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 6-7 ตัว ต่อกิโลกรัม จากนั้นก็จะนำปลานิลที่อนุบาลจนได้อายุครบแล้ว มาปล่อยในบ่อเลี้ยงที่เตรียมไว้ในอัตราส่วน 800-1,200 ตัว ต่อไร่

“ระยะที่เลี้ยงสร้างเป็นปลาเนื้อนั้น ก็จะเลี้ยงด้วยอาหารหมูที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 12 เหมือนเดิมวันละ 1 กิโลกรัม เมื่อเลี้ยงไปได้สักระยะ เวลาที่เราเดินผ่านบ่อแล้วปลานิลพยายามว่ายน้ำตามเรามาอยู่ตลอด ช่วงนี้ก็จะทำให้เรารู้ว่าต้องเปลี่ยนอาหารทันที เป็นอาหารปลาดุกที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 25 โดยให้กินวันละ 5 กิโลกรัม ต่อบ่อปลาขนาด 1 ไร่ประมาณ 800 -1,200 ตัว ต่อบ่อ” คุณอมฤต บอก

นอกจากนี้ ยังมีการตีน้ำภายในบ่อเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับปลานิลอีกด้วย โดยใช้วิธีการตีน้ำเข้าหาที่แคบไปยังบริเวณพื้นที่ให้อาหาร เพราะในช่วงเช้าปลาจะมาว่ายน้ำอยู่บริเวณพื้นที่ให้อาหาร ก็จะทำให้ปลานิลได้รับออกซิเจนที่เกิดจากการตีน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับปลานิลภายในบ่อ จะดูตามอาการที่เกิดขึ้น หากไม่ร้ายแรงมากก็จะผสมจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ไปกับอาหารให้ปลานิลกิน แต่หากมีการจัดการสภาพแวดล้อมภายในบ่อได้ดี ปลานิลที่เลี้ยงยังไม่มีเกิดโรคร้ายแรงจนทำให้เกิดความเสียหายตั้งแต่เลี้ยงมาจนถึงทุกวันนี้

ซึ่งปลานิลที่เลี้ยงสร้างเป็นปลาเนื้อ คุณอมฤต บอกว่า ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 4 เดือน ปลานิลจะมีขนาดไซซ์อยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม ต่อตัว ตลาดส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าเข้ามาติดต่อซื้อถึงบ่อเพื่อรับซื้อเป็นปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยที่เขาไม่ต้องจับปลาไปส่งจำหน่ายเองยังแพปลาใกล้คียงเหมือนสมัยรุ่นคุณพ่อทำ แต่สามารถตกลงซื้อขายกันที่ฟาร์มปลาและรับเป็นเงินสดได้ทันทีที่บ่อเลี้ยงของเขาเอง

“พอเราตกลงเรื่องราคากันได้ พ่อค้าเขาก็จะมีทีมคนงานมาจับปลาในบ่อเราทั้งหมด โดยที่เราไม่ต้องจับเอง ปลานิลที่ปล่อยเลี้ยงตั้งแต่ระยะอนุบาลจนถึงเป็นปลาเนื้อเวลาเลี้ยงทั้งหมด 7-8 เดือน ขนาดบ่อ 1 ไร่ ปล่อยเลี้ยง 800-1,200 ตัว น้ำหนักปลานิลที่ได้จะอยู่ที่ประมาณ 1 ตัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 36-38 บาท ถ้าช่วงไหนที่ราคาสูงขึ้นก็อยู่ที่กิโลกรัมละ 50-55 บาท” คุณอมฤต บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลานิลเพื่อสร้างรายได้ คุณอมฤต บอกว่า ต้องสำรวจที่ดินของตนเองก่อนว่ามีแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการเลี้ยงปลานิลหรือไม่ เมื่อที่ดินพร้อมในหลายๆ ด้าน จึงค่อยมาศึกษาการเลี้ยง เมื่อประสบผลสำเร็จแล้วจึงนำผลกำไรมาขยายการเลี้ยงออกไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดรายได้ไม่ยาก

 

ที่มา: technologychaoban

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

แบ่งพื้นที่ 50 ตารางวา ปลูกผักเคล ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้ทั้งปี ที่เมืองรถม้า

สวนเปนูเอลอันร่มรื่นและกว้างใหญ่ในพื้นที่หลายไร่ รายล้อมไปด้วยแปลงผักอินทรีย์ของ คุณขวัญหล้า เนื่องจำนงค์ เจ้าของสวนผักปลอดสารพิษ ได้แบ่งพื้นที่เพียงน้อยนิดมาปลูกผักเคล สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ผักเ

อ่านบทความนี้

บังคับ มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร ให้ออกลูกหน้าแล้ง สร้างรายได้หลายหมื่นต่อเดือน

มะนาวปลูกกันทั่วไป มารู้จักกับมะนาวทำเงินในหน้าแล้ง ที่ได้ราคาสูง และเทคนิคทำให้ลูกใหญ่ได้ราคาดี มะนาวใครๆ ก็ปลูกได้ ปัจจุบันนี้มีเกษตรกรปลูกมะนาวมากมาย มีหลากหลายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมในเมืองไทย ก็ค

อ่านบทความนี้

ซื้อสินค้าเกษตรไทย เกษตรกรอยู่ได้ ประเทศไทยอยู่รอด

กรมส่งเสริมการเกษตรเชิญชวนคนไทยซื้อผลไม้ไทย ในแคมเปญ “ซื้อสินค้าเกษตรไทย เกษตรกรอยู่ได้ ประเทศไทยอยู่รอด” เผยแผนจัดการผลไม้ภาคใต้ ปีนี้ ผลไม้มีน้อย เน้นคุณภาพ สะกัดเข้ม คัดคุณภาพตั้งแต่ในส

อ่านบทความนี้