รู้ทัน “ไข้เลือดออก” โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับหน้าฝน แนะวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น รีบทำการรักษา ก่อนเกิดอันตรายถึงชีวิต

22 ก.ค. 2562 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
รู้ทัน “ไข้เลือดออก” โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับหน้าฝน แนะวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น รีบทำการรักษา ก่อนเกิดอันตรายถึงชีวิต
"ไข้เลือดออก" เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี โดยมี "ยุงลาย" เป็นพาหะโรคนี้จะระบาดอย่างหนักในช่วงฤดูฝนเนื่องจากเป็นช่วงฤดูที่ยุงลายวางไข่ เมื่อยุงไปกัดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัส และไปกัดอีกคนหนึ่ง ยุงจะปล่อยเชื้อทางน้ำลายซึ่งเชื้อไวรัสนี้มี 4 สายพันธุ์ สามารถติดเชื้อในคนได้ 4 ครั้ง และหากเป็น 1 ครั้ง ร่างกายก็จะมีภูมิของสายพันธุ์นั้นๆ และถึงแม้จะเป็นโรคนี้แล้วก็มีโอกาสเป็นได้อีกจากสายพันธุ์อื่น
 
มีข้อมูลที่น่าสนใจ จากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 กรกฎาคม 2562 พบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกแล้วประมาณ 44,671 ราย ในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม มีผู้ป่วย 4,269 ราย คิดเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว คาดการณ์ว่าในปีนี้ความรุนแรงของการระบาดจะมากกว่าทุกปี โดยขณะนี้มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 62 ราย นับเป็นโรคอันตรายที่สามารถคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ ซึ่งทีมแพทย์จากกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ กลุ่มโรงพยาบาลพิษณุเวช และโรงพยาบาลอื่นๆ ในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด จะมาแนะนำวิธีสังเกตตัวเองเบื้องต้นว่ามีความเสี่ยงจากโรคไข้เลือดออกหรือไม่หากโดนยุงกัด ดังนี้
 
วิธีสังเกตตัวเองเบื้องต้นเมื่อถูกยุงกัด สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคไข้เลือดออก เริ่มต้นจะมีไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดข้อ มีผื่นขึ้นตามร่างกาย นอกจากนี้ยังมีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร อาเจียน และอาจมีภาวะเลือดออกหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งอาจเป็นเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดา หรือบางรายอาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร สังเกตได้จากเมื่อ
อาเจียนออกมาเป็นเลือดหรือเป็นสีดำๆ ความรุนแรงของโรค เมื่ออาการเริ่มรุนแรงขึ้น จะมีอาการปวดท้อง ปวดใต้ลิ้นปี่ใต้ชายโครงอย่างรุนแรง มีเลือดออกมาก จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะช็อค นั่นคือ มีอาการปลายมือปลายเท้าเย็น กระสับกระส่าย หรือไข้ลดอย่างรวดเร็ว ความดันตก วัดชีพจรไม่ได้ และเสียชีวิตในที่สุด
 
แนวทางการรักษา หากมีไข้ขึ้นสูงภายในระยะเวลา 1-2 วัน แล้วไข้ยังไม่ลด ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมีเลือดออกมาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยในทันที โดยแพทย์จะทำการเจาะเลือด ในบางรายที่ยังไม่แสดงเชื้อแพทย์อาจจะนัดตรวจซ้ำ หรือให้นอนสังเกตอาการที่โรงพยาบาล และหาก 2-3 วันแล้วไข้ไม่ลด แพทย์จะเจาะเลือดซ้ำเพื่อตรวจหาเชื้อและทำการรักษาต่อไป
 
วิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออก หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด โดยเฉพาะยุงลาย รวมทั้งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน เช่น บริเวณที่มีน้ำขัง ฉีดพ่นหมอกควันไล่ยุงปิดมุ้งลวด ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว ทายาสำหรับป้องกันยุงวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ใช้ได้ในเด็กและผู้ใหญ่ อายุ 9-45 ปี เป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย หากแต่โดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถป้องกันโรคได้ประมาณ 65% โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วอาจสามารถติดเชื้อไวรัสเดงกีได้อีก จากการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนจะให้ผลดีในผู้ที่เคยเป็นโรคไข้เลือดออกแล้ว กล่าวคือ เคยติดเชื้อไปแล้ว 1 ครั้ง และมารับวัคซีน เพื่อป้องกันการติดเชื้อครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ซึ่งการฉีดวัคซีนดังกล่าว ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ซึ่งหากไม่จำเป็นแพทย์จะไม่ฉีดวัคซีนไข้เลือดออกพร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงกับผู้ที่รับวัคซีนได้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคไข้เลือดออก กลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน ไขมัน หัวใจขาดเลือด ไทรอยด์ หอบหืด โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีน้ำหนักตัวมาก จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรครุนแรงได้มาก นอกจากนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน หากจำนวนเชื้อไวรัสในเลือดของคุณแม่สูง ก็สามารถส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้
 
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก หรือเรื่องสุขภาพอื่นๆ สามารถขอคำปรึกษาจาก ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด (โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (จังหวัดสมุทรปราการ) โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และ 2 (จังหวัดนครสวรรค์) โรงพยาบาลพิษณุเวช (จังหวัดพิษณุโลก) โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ (จังหวัดอุตรดิตถ์) โรงพยาบาลสหเวช (จังหวัดพิจิตร) และโรงพยาบาลศิริเวชลำพูน (จังหวัดลำพูน) และสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่ www.princhealth.com
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครรภ์เป็นพิษ อันตรายที่คุณแม่ควรรู้

สำหรับผู้หญิงเมื่อตั้งครรภ์ ต่างก็คาดหวังว่าระหว่างตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด ไม่อยากให้เกิดปัญหาใดๆ ขึ้น และคลอดลูกน้อยออกมาได้อย่างปลอดภัยแข็งแรงทั้งแม่และลูก แต่หนึ่งในปัญหาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่อยากให้เ

อ่านบทความนี้

ผู้สูงอายุ เสี่ยง!! ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าวัยอื่น ลูกหลานควรเข้าใจ ใส่ใจ อดทนในการดูแล

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เผยโรคซึมเศร้าเป็นการเจ็บป่วยทางจิตใจ รู้สึกไม่มีความสุข จิตใจหม่นหมอง เบื่อหน่าย แยกตัวเอง ท้อแท้ สิ้นหวัง มองชีวิตไม่มีคุณค่า คิดอยากตายโรคซึมเศร้าปัจจุบั

อ่านบทความนี้

กินไว้! ก่อนหัวระเบิดเพราะไมเกรน

ไมเกรนรุนแรงกว่าที่คิด ข่าวมีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน ไหนจะอุทาหรณ์จากการซื้อยากินเอง ข่าวเรียกคืนยาไมเกรนที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย คุ้มมั้ย? ที่ต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับการกินยาไปตลอด ลองเปลี่ยนวิถีการก

อ่านบทความนี้