เลี้ยงปลากระชังให้ประสบผลสำเร็จ

10 ก.ค. 2563 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เลี้ยงปลากระชังให้ประสบผลสำเร็จ

คุณนพดล สุขเลิศธรรมกุล อยู่บ้านเลขที่ 83/3 หมู่ที่ 10 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ยึดการเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำท่าจีนเป็นอาชีพหลักให้กับครอบครัว ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูน้ำหลาก และสภาพอากาศตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจนชำนาญ ทำให้การเลี้ยงปลากระชังของเขาสามารถทำให้เกิดรายได้ ซึ่งการจะทำให้เป็นอาชีพที่ยืนยาวได้นั้น ต้องมีการปรับตัวในการทำอยู่เสมอ

คุณนพดล เล่าว่า เดิมทีไม่ได้ยึดอาชีพทางด้านการประมงเลย ทำอาชีพเป็นเจ้าของกิจการเกี่ยวกับรถบรรทุก ต่อมาได้ล้มเลิกกิจการไป จึงได้มองหาอาชีพใหม่นั้นก็คือการเลี้ยงปลาในกระชัง เพราะเห็นเพื่อนบ้านในละแวกนั้นเลี้ยงแล้วประสบผลสำเร็จ จึงทำให้ได้มาทดลองเลี้ยงปลากระชังในเวลาต่อมา โดยปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นปลานิลและปลาทับทิม เพราะลูกค้าในย่านนี้นิยมกินปลา 2 ชนิดนี้เป็นหลัก “ผมมาเริ่มเลี้ยงปลากระชังในช่วงปี 45 ตอนนั้นก็มาลองผิดลองถูกเอง เลี้ยงมาเรื่อยๆ ก็ถือว่าพอไปได้ เมื่อมีการตลาดแน่นอนก็เริ่มขยายการเลี้ยงมาตลอด ซึ่งตอนนี้เลี้ยงปลาอยู่ประมาณ 65 กระชัง มีการวางแผนจับแบบหมุนเวียนให้ได้ตลอดทั้งปี ก็จะช่วยให้เราสามารถมีปลาขายให้กับแม่ค้าได้ครบเจ้า และตลาดก็จะนิ่งลูกค้าไม่หายไปไหน” คุณนภดล บอก ในขั้นตอนของการเลี้ยงนั้น คุณนพดล บอกว่า จะนำลูกปลาไซซ์ใบมะขามมาปล่อยเลี้ยงอนุบาลลงในกระชังเสียก่อน ขนาดกระชัง 3×6 เมตร ใช้สำหรับอนุบาลลูกปลาที่นำมาเลี้ยง โดยอัตราส่วนการเลี้ยงต่อกระชัง อยู่ที่ 15,000-20,000 ตัว ต่อกระชัง อาหารที่ให้ปลาในไซซ์อนุบาลกินนั้น จะเป็นอาหารที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 40 ให้ลูกปลากินบ่อยๆ ทุก 2 ชั่วโมงครั้ง เป็นเวลา 2 เดือน เมื่อครบกำหนดเวลาอนุบาลแล้วลูกปลาจะมีขนาดไซซ์อยู่ที่ 25 ตัว ต่อกิโลกรัม จากนั้นแยกลูกปลาที่ผ่านการอนุบาลมาเลี้ยงแยกในกระชัง ขนาด 3×6 เมตร อีกครั้งหนึ่ง โดยอัตราส่วนปล่อยต่อกระชังอยู่ที่ 1,000-1,500 ตัว “พอเราแยกลูกปลามาเลี้ยงในกระชังเพื่อให้โตเต็มที่สำหรับพร้อมจำหน่ายเป็นปลาเนื้อแล้ว ช่วงนี้ใช้เวลาเลี้ยงอยู่ที่ 4 เดือน อาหารที่ให้ปลากินในระยะนี้เปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 32 พอเลี้ยงไปสักระยะปลาเริ่มมีขนาดที่โตขึ้น เปอร์เซ็นต์โปรตีนก็จะให้ลดลงไปอีกอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ อาหารให้กินวันละ 2 มื้อในช่วงเช้าและเย็น ให้กินแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจับปลาขาย รวมแล้วกว่าจะโตจนขายได้ อนุบาล 2 เดือน และเลี้ยงขุนอีก 4 เดือน เป็นเวลาทั้งหมด ก็ 6 เดือนเต็ม” คุณนพดล บอก 

สำหรับโรคที่จะเกิดขึ้นกับปลานั้น จะมีช่วงน้ำเหนือหลากไหลมาเป็นระยะในช่วงปลายฝน ในระยะนี้จะป้องกันด้วยการลดอาหารที่ให้ปลากินลงในอัตราครึ่งหนึ่ง เมื่อสภาพน้ำเข้าสู่สภาวะปกติจึงปรับให้อาหารแบบเดิมได้ทันที

ในเรื่องของการทำตลาดจำหน่ายปลาภายในฟาร์มนั้น คุณนพดล บอกว่า จะมีแม่ค้าในพื้นที่เข้ามาติดต่อขอซื้อเป็นหลัก และลูกค้าที่รู้ว่ามีการเลี้ยงปลาจำหน่ายก็จะบอกกันไปปากต่อปาก ส่งผลให้พอมีลูกค้าที่เป็นเจ้าประจำอยู่ ดังนั้น เมื่อมีลูกค้าอยู่ในมือก็จะต้องรักษาไว้ให้ได้นานๆ ด้วยการทำการตลาดแบบต่อเนื่อง คือ มีการวางแผนการผลิตที่ให้มีปลาเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

“ปลาที่เลี้ยงใช้เวลา 5-6 เดือน ขนาดพร้อมจำหน่ายได้ จะอยู่ที่ 1.2 กิโลกรัม ต่อตัว และขนาดเล็กสุดอยู่ที่ 700 กรัม ซึ่งราคาขายปลานิลที่ตกลงกับแม่ค้ารับซื้อไว้ จะเป็นราคาตายตัวที่ขายกันตลอดทั้งปี อยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 60 บาท ส่วนปลาทับทิมราคาไม่ตายตัวสามารถขึ้นลงได้ ตกเดือนหนึ่งขายรวมๆ กันก็ได้ 6 ตัน ต่อเดือน ก็ถือว่าตลาดพอไปได้” คุณนพดล บอก

ปัจจัยสำคัญของการเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำให้ประสบผลสำเร็จนั้น คุณนพดล แนะว่า ต้องหมั่นเรียนรู้สิ่งต่างๆ อยู่เสมอ เพราะน้ำในแม่น้ำมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้เลี้ยงต้องหมั่นสังเกตและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ทันท่วงที ก็จะช่วยให้การเลี้ยงปลากระชังเกิดผลกำไรทำเป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้

ที่มา: technologychaoban

บทความที่เกี่ยวข้อง

หม่อนหิมาลายัน กำแพงเพชร ปลูกประดับได้ ปลูกขายดี

หม่อนหิมาลายัน มีถิ่นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่มีระดับสูงกว่าน้ำทะเล 2,300 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ขนาดเล็ก ที่สูงถึง 15 เมตร ชื่อวิทยาศาสตร์ โมรัสเซอราต้า อยู่ในสปีชีส

อ่านบทความนี้

เชอรี่หวานออสเตรเลีย ปลูกได้ในเมืองไทย

หลายท่านอาจจะเคยเห็น ผลไม้ทรงกลมป้อม เล็กสีแดงสด เมื่อสุกจัดจะมีสามสีอยู่บนต้น คือ เขียว จะเริ่มสู่สีส้มอมเหลือง พอแก่จัดก็จะเป็นสีแดงสดสวยงาม ประดับอยู่บนต้นทรงพุ่มเตี้ย ที่ดกเต็มต้น ตัดกับสีเขียวเข้

อ่านบทความนี้

ผักแว่น มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เป็นพืชเย็น ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย

สังคมมนุษย์กับธรรมชาติ มีความผูกพันกัน เป็นความพึ่งพาอาศัย มนุษย์มีทั้งดูแลและทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติเอื้อประโยชน์และอาจจะทำร้ายมนุษย์บ้าง ทั้งสองต่างมีความผูกพัน มีสัมพันธภาพที่ดีและร้ายต่อกันเสมอมา ส

อ่านบทความนี้