เทคโนโลยีดิจิทัลและการเกษตรไทย

25 มิ.ย. 2563 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เทคโนโลยีดิจิทัลและการเกษตรไทย

ในปัจจุบัน โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ทำให้มนุษย์ต้องมีความรู้และสามารถในการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีดิจิทัลอันเห็นได้ชัดเจนในระบบการสื่อสารของมนุษย์ เช่น ระบบอินเทอร์เน็ตก็เป็นผลมาจากการรับส่งข้อมูลดิจิทัลผ่านคอมพิวเตอร์ มือถือ เป็นต้น ซึ่งสามารถใช้ในการค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ การใช้งานด้านความบันเทิง ด้านสุขภาพ การทำธุรกรรม ฯลฯ และสามารถประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างมากมาย นอกจากนั้น เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถนำมาใช้ในการทำงานได้ในหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งหมายรวมถึงอาชีพภาคการเกษตรด้วยเช่นกัน อาชีพภาคการเกษตรในประเทศไทยคิดเป็น 11.28 ล้านคน1/  แต่สัดส่วนของแรงงานในภาคการเกษตรมีการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือต่ำกว่ามีมากถึงร้อยละ 94.62/ และมีผลิตภัณ์มวลรวมภายในประเทศภาคการเกษตรต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ พ.ศ. 2562 เพียงร้อยละ 8.0 เท่านั้น3/ ดังนั้น การเพิ่มรายได้ในภาคการเกษตรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

การส่งเสริมพัฒนาผู้มีอาชีพภาคการเกษตรควรให้ความสำคัญด้านการลดรายจ่ายที่ใช้ในการผลิต เพิ่มรายได้จากการเพิ่มคุณภาพ/ปริมาณการผลิต ซึ่งสามารถทำได้จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ดังจะเห็นได้จากในต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การเกษตรดิจทัลในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งใช้ Big Data (ข้อมูลขนาดใหญ่) อธิบายถึงข้อมูลเชิงพื้นที่จากภาพถ่ายดาวเทียม เช่น ความชื้นของดิน ความสมบูรณ์ของดิน สภาวะอากาศ วันที่เหมาะกับปลูกพืช เป็นต้น4/ การใช้เทคโนโลยี เช่น โดรน (drone) ในการส่งเสริมการเกษตรแม่นยำ (precision agriculture) ซึ่งใช้ GPS และ Big Data ทำให้สามารถเก็บภาพผลผลิต ข้อมูลการอุ้มน้ำของดินเพื่อการให้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การติดตามการเจริญเติบโตของพืชรายวัน ความหนาแน่นของวัชพืชในพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ5/ การใช้แอปพลิเคชั่นในด้านการเกษตรของประเทศอินเดีย เช่น Mahindra & Mahindra (M&M) เป็นแอปพลิเคชั่นบนมือถือที่ให้เกษตรกรสามารถใช้เครื่องจักรทางการเกษตรโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของและจ่ายเพียงค่าบริการเท่านั้น eKutir Global เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มบนมือถือที่ให้บริการเครือข่ายเกษตรกรกับผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย ธนาคาร ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร ร้านค้าปลีก เป็นต้น6/ ซึ่งค่อนข้างครบวงจรตั้งแต่การวางแผนการเพาะปลูก การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการตลาด   

ในประเทศไทย แอปพลิเคชั่นด้านการเกษตรมี 61 แอปพลิเคชั่น แต่นิยมใช้เพียง 3 แอปพลิเคชั่นที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุด คือ BAAC A-Mobile ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร Farmbook ของกรมส่งเสริมการเกษตร และ Farmer Info ของ DTAC ซึ่งยังต้องมีการพัฒนาและส่งเสริมการใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น7/ ในภาครัฐเองมีการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเกษตร เช่น โครงการพัฒนา New Generation Smart Farmers ทั่วประเทศ โครงการการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเกษตรอัจริยะด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โครงการเพิ่มทักษะและศักยภาพเกษตรกรไทยสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ และโครงการอีกมากมาย ดังที่ระบุไว้ในแผนปฎิบัติการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2561-2565) ภายใต้แผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ.2561-2580)

ในขณะเดียวกัน โดยเฉพาะโครงการเน็ตประชารัฐ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ตอบสนองการสร้างโอกาสให้เท่าเทียมกันทางสังคมให้กับหมู่บ้านเป้าหมายซึ่งการบริการทางโทรคมนาคมไม่ทั่วถึงและไม่มีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้ จำนวน 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศ8/ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนกว่า 8.5 ล้านคน โดยมีความเร็ว 100 Mbps/50 Mbps ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและเกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้มากขึ้น และยังมีการต่อยอดโครงการเน็ตประชารัฐไปสู่โครงข่ายเน็ตประชารัฐแบบเปิด (Open Access Network) เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและให้บริการปลายทาง (Last Mile Access) โดยให้บริการอินเทอร์เน็ตกับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมลงนามในการใช้สัญญาการใช้โครงข่ายเน็ตประชารัฐภายใต้โครงการเน็ตประชารัฐแล้ว จำนวน 3 ราย

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยหลักปรัชญาการทำเกษตรแบบเศรษกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซี่งเกษตรกรสามารถทำการเกษตรแบบผสมผสานโดยการปลูกพืชและเลื้ยงสัตว์ต่างชนิดในพื้นที่เดียวกัน มีพื้นที่ปลูกข้าว พืชผักสวนครัว พืชไร่พีชสวนที่เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ ฟาร์มขนาดเล็ก เพื่อให้ลดรายจ่ายการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนและพึ่งพาตนเองได้ เนื่องจากเกษตรกรสามารถผลิตได้เองในครัวเรือน มีแหล่งน้ำหรือบ่อเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง ลดปัญหาภาวะฝนแล้งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตในทางการเกษตร และมีที่อยู่อาศัย ซึ่งพื้นที่ในการเพาะปลูกอาจปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกรเอง โดยเน้นความพอเพียงต่อการเลี้ยงชีพในครัวเรือน ส่วนที่นอกเหนือจากนั้นค่อยนำออกสู่ตลาดต่อไป และเมื่อเกษตรกรมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองโดยใช้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว เกษตรกรสามารถเพิ่มการปลูกพืชเศรษฐกิจให้เหมาะกับภูมิอากาศและพื้นที่การเกษตรของตนเอง และสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ทั้งในแปลงปลูกข้าว พืชผักสวนครัว พืชเศรษฐกิจ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ องค์ความรู้ในรูปแบบดิจิทัล เช่น เทคโนโลยีการเกษตร การทำเกษตรอินทรีย์ สภาวะอากาศ ฯลฯ เพื่อวางแผนการผลิต เพิ่มผลผลิต การตลาด การบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นการพัฒนาศักภาพของตัวเกษตรกร และสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนเกษตรกรได้อีกด้วย

ดังนั้น การเข้าถึงและการประยุกต์ใช้องค์ความรู้การทำการเกษตรผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรแม่นยำ ลดความเสี่ยงทางด้านสภาพแวดล้อมและสภาวะอากาศ สามารถวางแผนกระบวนการผลิตไปจนถึงการตลาดได้อย่างครบวงจร อีกทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพของเกษตรไทยเข้าสู่การทำการเกษตรรูปแบบใหม่โดยมีความพอเพียงและเกิดประโยชน์แก่ประเทศต่อไป         

ผู้เขียน: ศูนย์ขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เอกสารอ้างอิง

1/ รายงานการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 สำนักงานสถิติแห่งชาติ

2/ สำมะโนเกษตร พ.ศ. 2556 สำนักงานสถิติแห่งชาติ

3/ สำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

4/ Buckmaster, D. J. Krogmeier, A. Ault. (2016). Digital Ag systems in the US & possible lessons for Australia, paper presented at Digital Disruption in Agriculture Conference, Sydney, 2-3 June, 2016

5/ Veroustraete, F. (2015). The Rise of the Drones in Agriculture. EC Agriculture editorial. 325-327. Available at https://www.researchgate.net/publication/282093589_The_Rise_of_the_Drones_in_Agriculture  Accessed on 6 June 2020

6/ Seth, A, Ganguly, K. (2017). Digital technologies transforming Indian agriculture. The Global Innovation Index 2017. 105-111. Available at https://www.wipo.int/edocs/pubdocs/en/wipo_pub_gii_2017-chapter5.pdf Accessed on 6 June 2020

7/ ลัทธพร รัตนวรารักษ์ และคณะ. (2019). Digital technology และการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย. aBRIDGEd Marketing Research Accessible, 9, 1-18. จาก https://www.pier.or.th/wp-content/uploads/2019/10/aBRIDGEd_2019_019.pdf สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2563

8/ ไทยรัฐออนไลน์. (24 สิงหาคม 2562). ติดตั้งเน็ตประชารัฐเพิ่ม หมื่นจุด เอื้อเกษตรกร ขายผลผลิตทางออนไลน์. จาก https://www.thairath.co.th/news/politic/1645186 สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2563

ภาพประกอบ: jcomp / Freepik

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลิ้นมังกรแคระ ไม้ประดับ ฟอกอากาศ

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นลิ้นมังกรไว้ประจำบ้าน จะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ เพราะบางคนเรียก ลิ้นมังกรอีกชื่อหนึ่งว่า หอกพระอินทร์ ซึ่งเป็นอาวุธชนิดหนึ่งของพระอินทร์ ที่ใช้ในการต่อสู้และปกป้

อ่านบทความนี้

สุดยอด !! ทุเรียนพื้นบ้านสายพันธุ์โบราณรสชาติอร่อยเด็ด

ทุเรียน เป็นไม้ผลที่มีแหล่งดั้งเดิมในคาบสมุทรมลายู ก่อนจะกระจายพันธุ์ไปยังประเทศต่างๆ สำหรับประเทศไทยคาดว่า ได้รับสายพันธุ์ทุเรียนมาจากประเทศมาเลเซีย โดยเริ่มปลูกครั้งแรกในพื้นที่ภาคใต้ก่อน จากนั้นจึง

อ่านบทความนี้

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะปลูกอัญชัน พืชใช้น้ำน้อย

อัญชัน มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย ดอกมีทั้งชนิดที่เป็นดอกชั้นเดียวซึ่งมีสีน้ำเงินคราม ออกดอกเกือบตลอดปี อัญชันที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็นอัญชันดอกสีม่วง ซึ่งสามารถใช้ได้หลายส่วน ทั้งดอก เมล็ด และราก ในดอกอัญ

อ่านบทความนี้